โปรแกรมการท่องเที่ยวชมสวนสุภัทราแลนด์
โปรแกรมที่ 1 สัมผัสกับธรรมชาติที่แสนงดงามและลิ้มรสผลไม้สดๆจากต้นอย่างเต็มอิ่มพร้อมสาระน่ารู้
เกี่ยวกับผลไม้ในสวนและในการปลูกผักระบบไฮโดรโพนิกส์ ,การเลี้ยงผึ้งและสวนกล้วยไม้
Welcome Drink ด้วยน้ำผลไม้ปั่น
บริการรถไฟนำเที่ยวภายในสวนพื้นที่ประมาณ 800 ไร่
สนุกสนานกับการลิ้มรสชาติของผลไม้ตามฤดูกาล(ทุเรียน, มังคุด ,เงาะ ,องุ่นไร้เมล็ด
สละ, แก้วมังกร, มะเฟืองหวาน, ชมพู่ ,ส้มโอ ,กระท้อน ฯลฯ. )
ชิมส้มตำไทยแลนด์สดๆในสวนนอกจากนี้ยังมีบริการผักสลัดสดๆพร้อมน้ำสลัดแสนอร่อยสูตรพิเศษของสวน(สำหรับคนไทย ราคาท่านละ 250 บาท )
โปรแกรมที่ 2 สัมผัสกับธรรมชาติที่แสนงดงามและลิ้มรสผลไม้สดๆจากต้นอย่างเต็มอิ่มพร้อมสาระน่ารู้
เกี่ยวกับผลไม้ในสวนและในการปลูกผักระบบไฮโดรโพนิกส์ และการบริการที่จัดเตรียมไว้
Welcome Drink ด้วยน้ำผลไม้ปั่น
บริการรถไฟนำเที่ยวภายในสวนพื้นที่ ประมาณ 800 ไร่
สนุกสนานกับการลิ้มรสชาติของผลไม้ตามฤดูกาล(ทุเรียน, มังคุด ,เงาะ ,องุ่นไร้เมล็ด
สละ, แก้วมังกร, มะเฟืองหวาน, ชมพู่ ,ส้มโอ ,กระท้อน ฯลฯ. )
ชิมส้มตำไทยแลนด์สดๆในสวนนอกจากนี้ยังมีบริการผักสลัดสดๆพร้อมน้ำสลัดแสนอร่อยสูตรพิเศษของสวน (สำหรับชาวต่างชาติ ราคาท่านละ 400 บาท )
โปรแกรมที่ 3 ชื่นชมกับบรรยากาศอันร่มรื่นพร้อมลิ้มรสผลไม้สดๆ ตามฤดูกาลและอิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์ฟรุ๊ตสลัด
รสเลิศพร้อมบริการต่างๆ อย่างประทับใจ
Welcome Drink ด้วยน้ำผลไม้ปั่น
บริการรถไฟนำเที่ยวภายในสวนพื้นที่ประมาณ 800 ไร่
อิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์ผลไม้ตามฤดูกาลและผลไม้เคลือบช็อกโกแลตอย่างเต็มที่
(แก้วมังกร,ลำไย,เงาะ,มะเฟือง ฯลฯ ) (ราคาท่านละ 400 บาท )
โปรแกรมที่ 4 โปรแกรมพิเศษ สำหรับท่านที่ต้องการทานอาหารภายในสวน ตามรายการ ดังนี้
ข้าวเหนียวไก่ย่าง เพื่อทานกับส้มตำไทยในสวน ราคา 50 บาท / ท่าน(ยกเว้นเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
อาหารชุดตามรายการอาหาร ท่านละ 150 บาท หรือ จัดแบบบุฟเฟ่ต์สำหรับกรุ๊ป 60ท่านขึ้นไป
Travel Rayong, Travel Koh Samet, Ko Samed Hotels, Rayong Hotels, โรงแรมในระยอง, แหลมแม่พิมพ์, เกาะเสม็ด, หาดนางรำ, บ้านเพ, แกลง, ที่พักระยอง, เมืองระยอง, ที่พักเกาะเสม็ด, เกสต์เฮ้าเกาะเสม็ด, Guesthouse Samet, Guesthouse Rayong, เกสต์เฮ้าท์ ระยอง , สุนทรภู่ , เสม็ด, อ่าวช่อ, อ่าวน้อยหน่า Koh Samed.
Showing posts with label สวนสุภัทราแลนด์. Show all posts
Showing posts with label สวนสุภัทราแลนด์. Show all posts
3/10/2012
3/04/2012
สวนสุภัทราแลนด์ บ้านค่าย จังหวัดระยอง
สวนสุภัทราแลนด์ ตั้งอยู่เลขที่ 70 หมู่ 10 ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง
บนทางหลวงหมายเลข 3143 โดยมีคุณสุวัฒน์ และคุณสุภัทรา ฟ้าประทานชัยเป็นเจ้าของ ได้เริ่มซื้อสวน ตั้งแต่ปีพ.ศ.2515 เนื้อที่ประมาณ 150 ไร่ ด้วยใจรักในงานด้านเกษตร และเพื่อเป็นที่พักผ่อน
ในช่วงแรกผลผลิตส่วนใหญ่ส่งขายในตลาดใกล้เคียง และส่วนหนึ่งเป็นของฝากหน่วยงานที่ทำธุรกิจร่วมกัน ต่อมาเจ้าของสวนบริเวณใกล้เคียงได้เสนอขายที่ดินให้กับคุณสุวัฒน์ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสวนยางพารา กระทั่งในปีพ.ศ.2538 ราคายางพาราตกต่ำประกอบกับขาดแรงงานในการกรีดยาง จึงต้องทำการโค่นต้นยางออก แล้วปลูกผลไม้อื่นทดแทนพื้นที่ดังกล่าว โดยในระยะแรกเริ่มต้นด้วยการปลูก ทุเรียน มังคุด เงาะ แต่ยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด ต่อมาในปีพ.ศ. 2539ได้เปิดให้หน่วยงานราชการและเกษตรกรที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน โดยการเดินชมและมีเจ้าหน้าที่บรรยายให้ความรู้
สวนสุภัทราแลนด์ได้เปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการในปีพ.ศ.2540โดยใช้รถไถพ่วงกับรถราง และคิดค่าบริการท่านละ 30 บาท ช่วงแรกจะเปิดให้บริการเฉพาะฤดูผลไม้( พฤษภาคม – มิถุนายน) หลังจากนั้นได้ทำการปรับปรุงขยายพื้นที่ปลูกผลไม้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีเฉพาะทุเรียน มังคุด เงาะ เพิ่มเป็น องุ่น ขนุน ลำไย มะเฟือง มะพร้าว ลองกอง สละ แก้วมังกร ชมพู่ เป็นต้น ซึ่งสวนสุภัทราแลนด์เป็นแหล่งรวบรวมไม้ผลเมืองร้อนไว้มากถึง 25 ชนิดบนเนื้อที่ 800 ไร่ เพื่อให้มีผลไม้ออกตลอดทั้งปี โดยยึดหลักการท่องเที่ยวคือ แหล่งเรียนรู้ ดูและชิม อิ่มคุณภาพ เที่ยวได้ทั้งปี และได้มีการพัฒนาการท่องเที่ยวมาจนถึงปัจจุบัน
ลักษณะการท่องเที่ยว คือ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถไฟชมสวน ภายใต้บรรยากาศที่ร่มรื่น ผสมผสานกับการจัดสวนได้อย่างสอดคล้องลงตัว และรถไฟแต่ละคันจะมีวิทยากรแนะนำให้ความรู้ และข้อมูลเกี่ยวกับสวน ส่วนฤดูกาลผลไม้จะอยู่ในช่วงเดือนเมษายน – เดือนมิถุนายน ซึ่งจะเป็นช่วงที่มีผลไม้ออกมาพร้อมกันมากที่สุด
ฉะนั้นนักท่องเที่ยวมักจะนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวกันในช่วงนี้ แต่ทางสวนจะเปิดบริการให้เที่ยวสวนตลอดทั้งปี เพราะมีผลไม้หมุนเวียนกันให้ผลผลิตในช่วงต่างๆกัน ซึ่งทางสวนจะจัดให้รับประทานผลไม้แบบบุฟเฟ่ต์ไว้ด้วยกัน 3 จุดคือ
จุดแรก เป็นจุดของสวนเงาะโดยมีเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสวนและเก็บเงาะทานกับต้นได้บริเวณนี้ จากอุปกรณ์ที่ทางสวนจัดให้ หรือจะหยิบทานในส่วนที่สวนจัดเตรียมไว้ให้ก็ได้ ตามแต่สะดวก ซึ่งจุดนี้จะเปิดบริการเฉพาะเดือน เมษายน – เดือนมิถุนายนเท่านั้น เพราะเป็นช่วงที่เงาะยังให้ผลผลิตอยู่
จุดที่สอง ซุ้มกระท้อน เป็นซุ้มผลไม้รวม มีตั้งแต่ ทุเรียน มังคุด สละ แก้วมังกร ส้มโอ มะม่วง ลำไย ลองกอง มะเฟืองหวาน ชมพู่ สับปะรด เป็นต้น ซึ่งผลไม้ทั้งหมดนี้จะหมุนเวียนให้ผลผลิตตามฤดูกาลและจะมีพนักงานบริการปอกผลไม้ให้ทานทุกชนิด นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาอยู่ในสวนได้นานเท่าไรก็ได้ตามความต้องการของนักท่องเที่ยว โดยทางสวนไม่ได้จำกัดเวลาในการชม
และจุดสุดท้าย ศาลาองุ่น จะมีองุ่นสดๆให้ชิม พร้อมเสิร์ฟด้วยเมนูยอดนิยมของชาวไทยหรือแม้แต่ชาวต่างชาติเองก็ติดใจในรสชาติ นั่นก็คือ ส้มตำ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสั่งทานในรสชาติที่ตนโปรดปรานได้ อีกทั้งยังมี ผักสลัดปลูกด้วยระบบไฮโดรโปนิกส์ในโรงเรือนที่ออกแบบสำหรับป้องกันโรคและแมลงได้เป็นอย่างดี
ข้อมูลจาก http://suphattraland.surprisethailand.com
บนทางหลวงหมายเลข 3143 โดยมีคุณสุวัฒน์ และคุณสุภัทรา ฟ้าประทานชัยเป็นเจ้าของ ได้เริ่มซื้อสวน ตั้งแต่ปีพ.ศ.2515 เนื้อที่ประมาณ 150 ไร่ ด้วยใจรักในงานด้านเกษตร และเพื่อเป็นที่พักผ่อน
ในช่วงแรกผลผลิตส่วนใหญ่ส่งขายในตลาดใกล้เคียง และส่วนหนึ่งเป็นของฝากหน่วยงานที่ทำธุรกิจร่วมกัน ต่อมาเจ้าของสวนบริเวณใกล้เคียงได้เสนอขายที่ดินให้กับคุณสุวัฒน์ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสวนยางพารา กระทั่งในปีพ.ศ.2538 ราคายางพาราตกต่ำประกอบกับขาดแรงงานในการกรีดยาง จึงต้องทำการโค่นต้นยางออก แล้วปลูกผลไม้อื่นทดแทนพื้นที่ดังกล่าว โดยในระยะแรกเริ่มต้นด้วยการปลูก ทุเรียน มังคุด เงาะ แต่ยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด ต่อมาในปีพ.ศ. 2539ได้เปิดให้หน่วยงานราชการและเกษตรกรที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน โดยการเดินชมและมีเจ้าหน้าที่บรรยายให้ความรู้
สวนสุภัทราแลนด์ได้เปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการในปีพ.ศ.2540โดยใช้รถไถพ่วงกับรถราง และคิดค่าบริการท่านละ 30 บาท ช่วงแรกจะเปิดให้บริการเฉพาะฤดูผลไม้( พฤษภาคม – มิถุนายน) หลังจากนั้นได้ทำการปรับปรุงขยายพื้นที่ปลูกผลไม้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีเฉพาะทุเรียน มังคุด เงาะ เพิ่มเป็น องุ่น ขนุน ลำไย มะเฟือง มะพร้าว ลองกอง สละ แก้วมังกร ชมพู่ เป็นต้น ซึ่งสวนสุภัทราแลนด์เป็นแหล่งรวบรวมไม้ผลเมืองร้อนไว้มากถึง 25 ชนิดบนเนื้อที่ 800 ไร่ เพื่อให้มีผลไม้ออกตลอดทั้งปี โดยยึดหลักการท่องเที่ยวคือ แหล่งเรียนรู้ ดูและชิม อิ่มคุณภาพ เที่ยวได้ทั้งปี และได้มีการพัฒนาการท่องเที่ยวมาจนถึงปัจจุบัน
ลักษณะการท่องเที่ยว คือ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถไฟชมสวน ภายใต้บรรยากาศที่ร่มรื่น ผสมผสานกับการจัดสวนได้อย่างสอดคล้องลงตัว และรถไฟแต่ละคันจะมีวิทยากรแนะนำให้ความรู้ และข้อมูลเกี่ยวกับสวน ส่วนฤดูกาลผลไม้จะอยู่ในช่วงเดือนเมษายน – เดือนมิถุนายน ซึ่งจะเป็นช่วงที่มีผลไม้ออกมาพร้อมกันมากที่สุด
ฉะนั้นนักท่องเที่ยวมักจะนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวกันในช่วงนี้ แต่ทางสวนจะเปิดบริการให้เที่ยวสวนตลอดทั้งปี เพราะมีผลไม้หมุนเวียนกันให้ผลผลิตในช่วงต่างๆกัน ซึ่งทางสวนจะจัดให้รับประทานผลไม้แบบบุฟเฟ่ต์ไว้ด้วยกัน 3 จุดคือ
จุดแรก เป็นจุดของสวนเงาะโดยมีเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสวนและเก็บเงาะทานกับต้นได้บริเวณนี้ จากอุปกรณ์ที่ทางสวนจัดให้ หรือจะหยิบทานในส่วนที่สวนจัดเตรียมไว้ให้ก็ได้ ตามแต่สะดวก ซึ่งจุดนี้จะเปิดบริการเฉพาะเดือน เมษายน – เดือนมิถุนายนเท่านั้น เพราะเป็นช่วงที่เงาะยังให้ผลผลิตอยู่
จุดที่สอง ซุ้มกระท้อน เป็นซุ้มผลไม้รวม มีตั้งแต่ ทุเรียน มังคุด สละ แก้วมังกร ส้มโอ มะม่วง ลำไย ลองกอง มะเฟืองหวาน ชมพู่ สับปะรด เป็นต้น ซึ่งผลไม้ทั้งหมดนี้จะหมุนเวียนให้ผลผลิตตามฤดูกาลและจะมีพนักงานบริการปอกผลไม้ให้ทานทุกชนิด นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาอยู่ในสวนได้นานเท่าไรก็ได้ตามความต้องการของนักท่องเที่ยว โดยทางสวนไม่ได้จำกัดเวลาในการชม
และจุดสุดท้าย ศาลาองุ่น จะมีองุ่นสดๆให้ชิม พร้อมเสิร์ฟด้วยเมนูยอดนิยมของชาวไทยหรือแม้แต่ชาวต่างชาติเองก็ติดใจในรสชาติ นั่นก็คือ ส้มตำ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสั่งทานในรสชาติที่ตนโปรดปรานได้ อีกทั้งยังมี ผักสลัดปลูกด้วยระบบไฮโดรโปนิกส์ในโรงเรือนที่ออกแบบสำหรับป้องกันโรคและแมลงได้เป็นอย่างดี
ข้อมูลจาก http://suphattraland.surprisethailand.com
Subscribe to:
Posts (Atom)

